คลังความรู้

สงกรานต์สุขใจ ใส่ใจผู้สูงวัย ด้วยหลัก “5 อ.สู้ภัยร้อน” เดือนเมษายนถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการรวมตัวของครอบครัว เพราะไม่เพียงแต่จะมีเทศกาล "วันสงกรานต์" หรือวันขึ้นปีใหม่ไทยเท่านั้น แต่ในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี ยังตรงกับ "วันผู้สูงอายุแห่งชาติ" อีกด้วย วันสำคัญนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของผู้สูงวัย ผู้เปรียบเสมือนร่มโพธิ์ร่มไทรของครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ การแสดงความรัก ความเคารพ และการให้ท่านได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมประเพณีรดน้ำดำหัวเพื่อขอพร จะช่วยเติมเต็มพลังใจและทำให้ท่านรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่าและเป็นคนสำคัญของลูกหลานอย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่นนี้ สภาพอากาศที่ร้อนจัดในเดือนเมษายนและความแออัดจากการทำกิจกรรม อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้สูงอายุที่มีระบบปรับอุณหภูมิในร่างกายทำงานลดลงตามวัย ทำให้เสี่ยงต่อปัญหาต่างๆ เช่น ภาวะขาดน้ำ โรคลมแดด อาหารเป็นพิษ รวมถึงอุบัติเหตุจากการลื่นล้ม เพื่อเป็นการส่งความสุขและดูแลสุขภาพของท่านในโอกาสวันสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย สภากาชาดไทย ขอแนะนำบทความการดูแลตนเองและดูแลผู้สูงวัยด้วยหลัก "5 อ. สู้ภัยร้อน" ดังนี้ค่ะ1. อ. อาหาร (สะอาดและดับร้อน) ในเดือนที่เชื้อโรคเติบโตเร็วและอาหารบูดเสียได้ง่าย ควรเน้นรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืน โดยเฉพาะเมนูที่มีกะทิ ควรเลือกทานผักผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็นและมีน้ำเยอะ เช่น แตงโม สับปะรด หรือแตงกวา เพื่อช่วยดับพิษร้อนจากภายในร่างกาย รวมทั้งควรดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ แม้จะไม่รู้สึกกระหาย เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ2. อ. อากาศ (ระบายความร้อน ป้องกันโรคลมแดด) ภาวะโรคลมแดด (Heat Stroke) คืออันตรายอันดับหนึ่งของผู้สูงอายุในเดือนนี้ ควรจัดที่พักอาศัยให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากอยู่ในบ้านควรเปิดหน้าต่างให้ลมพัดผ่าน หรือเปิดพัดลมและเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิที่พอเหมาะ (ประมาณ 26-27 องศาเซลเซียส) เลือกสวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อน เนื้อผ้าคอตตอนที่ระบายอากาศได้ดีและไม่รัดรูป หากต้องออกแดด ไม่ควรอยู่กลางแดดนานเกิน 15-20 นาที และควรพกพัดลมขนาดเล็กหรือผ้าเย็นติดตัวไว้เสมอ3. อ. ออกกำลังกาย (ปรับเวลาและสถานที่ให้เหมาะสม) แม้การออกกำลังกายจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกเพศทุกวัย แต่ในช่วงเดือนเมษายนควร งดการออกกำลังกายกลางแจ้งช่วงแดดแรง (10.00 – 16.00 น.) ให้เปลี่ยนมาเป็นการยืดเหยียดร่างกายเบาๆ หรือกายบริหารในร่มช่วงเช้ามืดหรือหัวค่ำแทน เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกิดภาวะช็อก โดยสามารถเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย เช่น การเดินช้าๆ หรือฝึกโยคะ แต่หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ4. อ. อารมณ์ (ใจเย็นสู้แดดและสร้างความสุข) อากาศที่ร้อนจัดมักทำให้คนเราหงุดหงิดง่าย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความดันโลหิต จึงควรหากิจกรรมที่ช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลาย เช่น การฟังธรรมะ หรือการรดน้ำต้นไม้ในร่ม นอกจากนี้ การให้ลูกหลานใช้เวลาพูดคุย ชวนเล่าเรื่องราวสมัยสงกรานต์ในอดีต หรือให้ผู้สูงอายุได้ "ให้พร" อย่างเป็นทางการ จะช่วยสร้างความสุขใจ (Self-esteem) ทำให้ท่านรู้สึกถึงความรักและความอบอุ่น5. อ. อุบัติเหตุ (ระวังพื้นที่เปียกแฉะและจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย) ข้อนี้สำคัญมากสำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์! การทำกิจกรรมรดน้ำดำหัวมักทำให้พื้นบ้านเปียกและลื่นได้ง่าย ลูกหลานควรเช็ดพื้นให้แห้งทันที และกำชับให้ผู้สูงอายุสวมรองเท้าที่มีดอกยางกันลื่นแม้จะอยู่ในบ้าน เพื่อป้องกันการหกล้มซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะกระดูกหักที่เป็นอันตรายร้ายแรง นอกจากนี้ ควรดูแลแสงสว่างในบ้านให้เพียงพอ ระวังจุดที่เป็นพื้นต่างระดับ และควรเตรียมอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินในบ้านไว้ในจุดที่ผู้สูงอายุใช้งานได้ง่าย การดูแลเอาใจใส่ด้วยหลัก 5 อ. นี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องสุขภาพกายของผู้สูงอายุจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด แต่ยังช่วยเติมเต็มความสุขทางใจ ทำให้เทศกาลสงกรานต์และวันผู้สูงอายุปีนี้ เป็นช่วงเวลาที่ปลอดภัย อบอุ่น และมีความหมายสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง ดูเพิ่มเติม


โพสต์โดย พัฒนาภรณ์ ผดุงกาญจน์


4 เม.ย. 2569 09:12    107 views    0     0 ความคิดเห็น


พัฒนาภรณ์ ผดุงกาญจน์

1

โพสต์

0

ผู้ติดตาม

0

กำลังติดตาม

ป้าย