🧠 โรคอัลไซเมอร์…รู้ก่อน ป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้
โรคอัลไซเมอร์เกิดจากการสะสมของโปรตีน เบต้าอะไมลอยด์ และ เทาโปรตีน ที่เป็นพิษต่อเซลล์สมองโปรตีนเหล่านี้ค่อย ๆ สะสมตั้งแต่อายุประมาณ 40 – 50 ปี และมักแสดงอาการชัดเจนเมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป
🔹 ปัจจัยเสี่ยงที่เปลี่ยนไม่ได้• อายุที่เพิ่มขึ้น• เพศหญิงมีความเสี่ยงมากกว่าเพศชาย• มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นอัลไซเมอร์
🔹 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจปรับเปลี่ยนได้• ระดับการศึกษาน้อย / ไม่ใช้สมอง• ภาวะหูตึง• อุบัติเหตุหรือการกระทบกระเทือนสมองรุนแรง• โรคเรื้อรัง เช่น ความดัน เบาหวาน หัวใจ ไขมันสูง (ควบคุมไม่ดี)• ภาวะอ้วนในวัยกลางคน• ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงวัย• สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ใช้สารเสพติด• ขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ไม่ออกกำลังกาย• สัมผัสมลพิษทางอากาศ เช่น PM2.5• ไม่ทำกิจกรรมที่กระตุ้นการทำงานของสมอง
📌 การป้องกันอัลไซเมอร์ ควรเริ่มตั้งแต่เนิ่น ๆก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุเป็นสิบปี
ดูแลสุขภาพกาย ใจ สมอง และสังคมวันนี้ที่เราเริ่มดูแล คือกำไรของสมองในอนาคต 💙
ข้อมูลโดย : รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชยภาควิชาจิตเวชศาสตร์
ออกแบบและเรียบเรียง : อัชชิญา มาอุ่น วิทยาจารย์ 5
โพสต์โดย จันจิรา สุขพงษ์
2 ก.พ. 2569 13:38 315 views 1 #คลังความรู้สู่การมีสุขภาพดี#มีสติรู้เข้าใจไม่ประมาทการ์ดอย่าตก
#เกาะติดสถานการณ์ข่าวการระบาด "ไวรัสนิปาห์ "
#กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ....
"#ไวรัสนิปาห์ " โรคติดต่ออุบัติใหม่ อันตรายรุนแรง อัตราเสียชีวิตสูงเป็น 1 ใน 3 โรคติดต่ออันตราย ที่กำลังระบาดในประเทศอินเดีย
สำหรับประเทศไทยปัจจุบันยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วย
#ไวรัสนิปาห์ เป็นโรคติดต่อระหว่าง #สัตว์ สู่ #คน (Zoonotic disease) เกิดจาก "การสัมผัส" มูลสัตว์ และสารคัดหลั่งของสัตว์พาหะนำโรค คือ ค้างคาวผลไม้ หรือ สุกร ม้า แมว แพะ แกะ ซึ่งรับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้ ไวรัสนิปาห์ มีความรุนแรงสูงและผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้. #อาการ : เริ่มแรกจะมีอาการคล้ายไข้หวัด อาจมีอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม สมองอักเสบ และอาจเสียชีวิตได้ หากเข้ารับการรักษาช้า ...
#การติดต่อ :จากคนสู่คน เกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น เลือด หรือน้ำลายของผู้ที่ติดเชื้อ
#การป้องกัน : ล้างมือทุกครั้งด้วยสบู่ เมื่อสัมผัสกับสัตว์ โดยเฉพาะ "ค้างคาวผลไม้"------------------------------ หากมีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงและมีอาการผิดปกติหรือสงสัย ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางอย่างละเอียด
ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยารักษาเฉพาะสำหรับโรคไวรัสนิปาห์ การรักษาเป็นการดูแลตามอาการและการพยุงอวัยวะสำคัญ ทำให้การป้องกันและเฝ้าระวังเป็นมาตรการที่สำคัญที่สุด
ขอบคุณข้อมูล และภาพ : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
#ไวรัสนิปาห์#โรคติตต่ออันตราย#ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย#สภากาชาดไทย#HealthCare#สายด่วนกรมควบคุมโรค1422 ดูน้อยลง
โพสต์โดย จันจิรา สุขพงษ์
29 ม.ค. 2569 14:27 290 views 5 #คลังความรู้สู่การมีสุขภาพดี
#การกอดกับการปฐมพยาบาลทางใจ
ในทางจิตวิทยาและการแพทย์ การกอดเปรียบเสมือนการ "ปฐมพยาบาลเบื้องต้น" ที่ช่วยเยียวยาอารมณ์และร่างกายได้ทันที
#ลดความเจ็บปวด ( Pain Relief ) : การกอดช่วยกระตุ้นการหลั่งสาร เอนดอร์ฟิน ( Endorphin ) ซึ่งเป็นยาแก้ปวดตามธรรมชาติ และช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
#ลดความเครียดและความกลัว : เมื่อกอด ร่างกายจะลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ( ฮอร์โมนความเครียด ) และเพิ่ม ออกซิโทซิน ( Oxytocin ) หรือ "ฮอร์โมนแห่งความรัก" ทำให้รู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย
#สร้างความมั่นใจและลดอาการซึมเศร้า : การสัมผัสช่วยให้ผู้รับรู้สึกว่าตนเองมีค่า มีคนคอยสนับสนุน ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวหรืออ้างว้างได้
#เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน : แรงกดเบาๆ ขณะกอดช่วยกระตุ้นต่อมไทมัส ซึ่งมีส่วนช่วยในการผลิตเม็ดเลือดขาวเพื่อสู้กับเชื้อโรค
#อ้อมกอดเล็กๆแต่มีพลังที่ยิ่งใหญ่ #ต่อเติมพลังใจให้กับคนที่กำลังจะหมดใจ
#21มกราคม #วันกอดสากล
#ออกแบบโปสเตอร์และเรียบเรียง : อุทัยวรรณ อำพันขาว วิทยาจารย์ 5 ดูน้อยลง
โพสต์โดย จันจิรา สุขพงษ์
29 ม.ค. 2569 14:26 233 views 3 #เรียนรู้จากข่าวดัง"
#ก๊าซพิษรั่วไหลจากเครื่องทำน้ำอุ่นที่ไม่ได้มาตรฐาน
จากข่าวนักท่องเที่ยว หมดสติ เกือบเสียชีวิตขณะอาบน้ำ เหตุจากการเปิดเครื่องทำน้ำอุ่น แบบแก๊ส ซึ่งนิยมใช้ในพักบนดอยในที่ห่างไกลไฟฟ้า
เครื่องทำน้ำอุ่นชนิดแก๊สเป็นเชื้อเพลิงนี้เป็นภัยเงียบ
อันตราย เช่น ก๊าซรั่วไหล การสันดาปไม่ดี การระบายอากาศในห้องถ่ายเทไม่ดีเกิดการคั่งของก๊าซพิษ CO ( คาร์บอนมอนอกไซด์ )ส่งผลให้ร่ายกายขาดออกซิเจน หมดสติ เสียชีวิตได้===============
แล้ว แก๊ส CO คืออะไร?
CO ย่อมาจาก “คาร์บอนมอนอกไซด์”เป็นแก๊สพิษที่…
ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่ระคายเคือง
ทำให้คนสูดเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ถ้าสูดเข้าไปนานพอ จะหมดสติและเสียชีวิตได้
เพราะโดยปกติเม็ดเลือดแดงจะทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะแต่เมื่อเราสูด CO ( คาร์บอนมอนอกไซด์ ) เข้าไป CO จะไปแย่งที่จับกับเม็ดเลือดแทนออกซิเจน
ทำให้ร่างกาย "ขาดออกซิเจน" โดยที่เราไม่รู้ตัวอวัยวะต่างๆ เช่น “สมอง” จะเริ่มขาดออกซิเจนและแสดงอาการทันที
CO ( คาร์บอนมอนอกไซด์ ) เกิดได้ยังไง?
CO เกิดจาก “การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์” เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นแก๊สที่เผาเพื่อให้ความร้อน การเผาไหม้ของรถยนต์สันดาป
#กลไกการเผาไหม้• ถ้ามีออกซิเจนเพียงพอ → จะได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO₂ )• แต่ถ้าห้องแคบ ไม่มีอากาศเข้า ไม่มีออกซิเจนพอ → จะได้ “คาร์บอนมอนอกไซด์ ( CO )” แทน
สำหรับในห้องน้ำเล็กๆ ที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ไม่มีช่องระบายอากาศ /พัดลมดูดอากาศเมื่อเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นต่อเนื่องก๊าซ CO ( คาร์บอนมอนอกไซด์ ) จะสะสมเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆจนถึงระดับที่เป็นอันตรายได้ในเวลาไม่กี่นาที
ดังนั้น การใช้เครื่องทำน้ำอุ่นแบบแก๊สให้ปลอดภัย จาก ก๊าซ CO ( คาร์บอนมอนอกไซด์ )
เครื่องทำน้ำอุ่นแบบแก๊ส ไม่ควรติดตั้งในห้องปิดหรือห้องที่การระบายอากาศไม่ดี
ควรมีช่องระบายอากาศ หรือ “พัดลมดูดอากาศ” เพื่อให้อากาศไหลเวียนได้ดี
สังเกตอาการผิดปกติระหว่างเปิดใช้งาน หากรู้สึก มึน เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ปิดเครื่องทำน้ำอุ่น เปิดประตูทันที ออกไปในที่อากาศถ่ายเทดีทันที
#การปฐมพยาบาลกรณีพบคนหมดสติ ประเมินความปลอดภัยก่อนเข้าช่วยเหลือ** ปิดหน้าต่างประตู เพื่อระบายอากาศ ให้มากที่สุด หรือเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกมายังพื้นที่ปลอดภัยอากาศถ่ายเทดี
โทร 1669 / ขอความช่วยเหลือ
ประเมินความรู้สึกตัวและการหายใจ- หากพบหมดสติไม่หายใจ ทำ CPR ทันที- หากพบว่า หมดสติ ยังมีการหายใจ ให้จัดท่านอนตะแคงกึ่งคว่ำ ( Recovery Position ) คอยประเมินสัญญาณชีพสม่ำเสมอ ระหว่างรอการช่วยเหลือทางการแพทย์
#ด้วยความปรารถนาดี#HealthCare#ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย#ปฐมพยาบาล#สุขภาพอนามัย#สภากาชาดไทย#FirstAidTraining#FirstAid #HealthCare#อบรมปฐมพยาบาล#ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดูน้อยลง
โพสต์โดย จันจิรา สุขพงษ์
29 ม.ค. 2569 14:26 133 views 2 #คลังความรู้สู่การมีสุขภาพดี
คนที่ “วูบตอนวิ่ง” เกิดจากอะไร จริง ๆ แล้วอาการแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะคะ บางคนคิดว่าแค่ “ขาดน้ำ” หรือ “วันนั้นออกกำลังหนักเกินไป”
สาเหตุที่รุนแรง พบได้บ่อยคือ…
1) โรคผนังหัวใจหนาตัว**คนที่เป็นส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว** เกิดจากหัวใจห้องล่างซ้ายที่มีหน้าที่สูบเลือด “หนาตัวขึ้น”
#ส่งผลให้ พื้นที่ภายในแคบลง → ปริมาณเลือดที่เข้ามาก็น้อยลง
ซึ่งการวิ่ง หรือออกกำลังกายหนัก ๆ ร่างกายต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น (ใช้เลือดเยอะขึ้น) → แต่มีเลือดในหัวใจห้องซ้ายน้อยจากการที่ผนังหนาตัว → หัวใจจึงต้องบีบตัวปั๊มแรงขึ้นและถี่ขึ้น → สุดท้ายส่งไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญคือสมองไม่ทัน → จึงวูบ → หมดสติ → หัวใจหยุดเต้นตามมา
หรือการที่ผนังหัวใจหนาตัวขึ้นอาจทำให้ “ระบบไฟฟ้าในหัวใจ” ก็ผิดปกติ → หัวใจเต้นผิดจังหวะเฉียบพลัน → หยุดเต้นแบบเฉียบพลัน เสียชีวิตได้
หากได้รับการช่วยเหลือทำ CPR (ปั้มหัวใจ) ทันเวลาและมีคุณภาพก็เพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้
2) การวูบจากร่างกายอ่อนล้าเกินขีดจำกัด ความรุนแรงอาจจะน้อยกว่าแบบที่ 1 แต่ก็มีอันตราย#สาเหตุ• น้ำ-เกลือแร่เสียสมดุล• อุณหภูมิร่างกายสูง• อ่อนเพลียสะสม• ร่างกายไม่พร้อม______________________#โอกาสจะเกิดได้กับใครบ้าง• นักวิ่งสายมาราธอน• คนที่ออกกำลังกายหนัก• คนที่เคย “วูบ” มาก่อน ไม่ว่าจะวูบตอนซ้อม , วูบตอนแข่ง หรือแม้กระทั่งวูบที่อื่น ๆ• คนที่รู้ว่าร่างกายสั่งให้หยุด แต่ชอบบอกตัวเองว่า “อีกนิดเดียว ฮึบๆ"
#ดังนั้นต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนเป็นสำคัญ- ตรวจร่างกายอย่างนี้ปีละ 1 ครั้ง- x-ray ดู ปอด/ หัวใจ- ตรวจ ECHO ดูความหนาของผนังหัวใจแบบชัด ๆ- ตรวจ EKG (คลื่นไฟฟ้าหัวใจ)ค้นหาการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ
สิ่งสำคัญการออกกำลังกายเป็นการสร้างเสริมสุขภาพ เมื่อต้องมีการออกกำลังกายที่มีระดับความหนัก เหนื่อย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะการเมื่อเกิดความผิดพลาดจะทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรืออาจรุนแรงถึงชีวิตได้
______________________#ข้อควรระวัง อย่าลืมฟังเสียงร่างกาย ว่า ....แล้วไหวแค่ไหน อย่าฝืน!
#ด้วยความปรารถนาดี
#HealthCare#ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย#ปฐมพยาบาล#สุขภาพอนามัย#สภากาชาดไทย#FirstAidTraining#FirstAid #HealthCare#อบรมปฐมพยาบาล #ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดูน้อยลง
โพสต์โดย จันจิรา สุขพงษ์
29 ม.ค. 2569 14:24 145 views 2 รู้ทัน ห่วงใย
#สังเกตข่าวปลอม (Fake news)ก่อนแชร์
ข่าวจริงหรือ ข่าวปลอมควรสังเกตให้แน่ใจก่อนที่เชื่อ และกดแชร์โดยเฉพาะ ข่าวสาร/ข้อมูลต่างๆ ที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย
เนื่องจากการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน บิดเบือน หรือชวนให้เข้าใจผิด อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ตื่นตระหนก สร้างความสับสน
#วิธีการสังเกตข่าวปลอม (Fake news)
ข่าวต้องมีความน่าเชื่อถือ มีแหล่งอ้างอิงที่มาที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้การเรียบเรียงเนื้อข่าว และการสะกดคำต่าง ๆ #ข้อสังเกต ถ้าเป็นข่าวปลอม มักจะสะกดผิด มีการเรียบเรียงที่ไม่ดีนักสังเกต URL ถ้าเป็นข่าวปลอม URL จะคล้ายเว็บของสำนักงานข่าว หรือหน่วยงานรัฐควรค้นหา สืบค้น ข่าว หรือข้อมูล จากแหล่งอื่นที่น่าเชื่อถือเพิ่มเติม ไม่ควรปักใจเชื่อทันที ควรมีแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือตรวจสอบ วัน เดือน ปี ที่เผยแพร่ก่อนเสมอ เพราะอาจเป็นข้อมูลที่ไม่ทันสมัย
#สิ่งสำคัญการแชร์ข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ มีความผิดทางกฏหมาย
บทลงโทษมาตรา 14 กำหนดความผิดเกี่ยวกับการนำข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ไม่เหมาะสมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
#ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย#ปฐมพยาบาล#สุขภาพอนามัย#สภากาชาดไทย ดูน้อยลง
โพสต์โดย จันจิรา สุขพงษ์
29 ม.ค. 2569 14:23 143 views 2 #คลังความรู้สู่การมีสุขภาพดี#เรียนรู้จากข่าวดัง
#ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
Cardiac Arrhythmia คือ ภาวะที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะตามธรรมชาติ อาจเต้นเร็วหรือช้าเกินไป จนทำให้ประสิทธิภาพการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลดลง และอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหลอดเลือดสมองอุดตัน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้นได้กับทุกวัย
#สาเหตุที่พบได้บ่อย1. หัวใจมีความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด เช่น โรคที่มีทางลัดกระแสไฟฟ้าหัวใจผิดปกติแต่กำเนิด กล้ามเนื้อหัวใจหนา ลิ้นหัวใจรั่ว หรือผนังหัวใจรั่ว ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะแสดงอาการโรคหัวใจผิดจังหวะเมื่อโตขึ้นหรือในวัยทำงาน
2. ความผิดปกติของร่างกายที่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด
3. ความผิดปกติอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ อิเล็กโทรไลต์ในร่างกายผิดปกติ
4. การรับประทานอาหารที่กระทบการทำงานของหัวใจ เช่น กาแฟ เครื่งดื่มผสมแอลกอฮอล์
5. ยาบางชนิด เช่น ยาที่มีส่วนประกอบของแอมเฟตามีน ยารักษาโรคหอบหืด
6. ความเครียด ความวิตกกังวล
#อันตรายร้ายแรงจากหัวใจเต้นผิดจังหวะ คือทำให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ส่งผลให้เสียชีวิต / อาจทำให้เกิดลิ่มเลือดปลิวไปอุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ เช่น สมอง ปอด
#กรณีฉุกเฉินเมื่อพบผู้คนหมดสติ ให้ประเมินการหายใจ หากไม่มีการหายใจ ขอความช่วยเหลือทันที ตะโกน / โทร 1669 และขอเครื่อง AED เริ่มทำ CPR ตามขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ
#หากต้องการเรียนรู้ทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ( CPR & AED ) ระดับประชาชน
โปรดติดตามเพจศูนย์ฝึกอบรมฯ หลักสูตรด้านการปฐมพยาบาลของศูนย์ฝึกอบรมฯ #ทุกหลักสูตร Update พัฒนา เนื้อหา และสื่อประกอบการอบรม ตาม AHA Guidelines ฉบับ 2025 100%
ขอบคุณข้อมูล : สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์
#HealthCare#ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย#ปฐมพยาบาล#สุขภาพอนามัย#สภากาชาดไทย#FirstAidTraining#FirstAid #HealthCare#อบรมปฐมพยาบาล #ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดูน้อยลง
โพสต์โดย จันจิรา สุขพงษ์
29 ม.ค. 2569 14:22 146 views 2 #คลังความรู้สู่การมีสุขภาพดี #เรียนรู้จากข่าวดัง
#เมื่อพบผู้บาดเจ็บในอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ ความปลอดภัยที่จะเข้าไปให้การช่วยเหลือ
#มาเรียนรู้กัน…
#SceneSafety หรือ “การประเมินความปลอดภัยของที่เกิดเหตุ” ขั้นตอนแรกของการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยก่อนให้การช่วยเหลือ มีหลักสำคัญดังนี้ ⸻ 1. ประเมินสถานการณ์รอบตัว (Scene Survey)• ประเมินภาพรวมก่อนเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ• หยุด! มอง ฟัง และคิด ก่อนก้าวเข้าไป• พิจารณาว่าเหตุการณ์ยังคงเกิดขึ้นอยู่หรือไม่ เช่น-รถยังเคลื่อนที่อยู่หรือไม่- มีไฟไหม้ ควัน หรือเสียงระเบิดไหม- มีคนจำนวนมากกำลังวิ่งหนีหรือไม่
⸻
2. ระบุอันตรายที่อาจคุกคาม (Identify Hazards)• อันตรายทางกายภาพ: รถที่ยังเคลื่อนที่, ซากปรักหักพัง, กระจกแตก• อันตรายทางไฟฟ้า: สายไฟแรงสูงขาด• อันตรายทางเคมี: กลิ่นฉุน, ของเหลวหก, แก๊สรั่ว• อันตรายทางชีวภาพ: เลือด, ของเหลวจากร่างกาย• อันตรายจากสิ่งแวดล้อม: ฝนตกหนัก, ลื่น, ความมืด, ความร้อน
⸻
3. ประเมินจำนวนผู้บาดเจ็บ (Number of Casualties)• มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตกี่ราย• ใครต้องการความช่วยเหลือก่อน (ประเมินเบื้องต้นจากลักษณะอาการ)• อาจมีผู้ที่ซ่อนอยู่ในยานพาหนะหรือพื้นที่รอบ ๆ
⸻
4. ประเมินทรัพยากรและกำลังสนับสนุน (Resources and Support)• ต้องการความช่วยเหลือจากใครบ้าง เช่น• ตำรวจ เพื่อควบคุมจราจร• หน่วยดับเพลิง หากมีเพลิงไหม้• EMS หรือทีมกู้ชีพ หากมีผู้บาดเจ็บหลายราย• มีอุปกรณ์ช่วยเหลือหรือไม่ เช่น ชุดปฐมพยาบาล, AED, อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE)
⸻
5. ประเมินความปลอดภัยของผู้ช่วยเหลือ (Self Safety)• ผู้ช่วยเหลือต้องสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือ หน้ากาก เสื้อสะท้อนแสง• หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ในขณะที่ยังไม่แน่ใจว่า “ปลอดภัย”• จำไว้เสมอว่า “อย่าเพิ่มจำนวนผู้บาดเจ็บ”
⸻
6. จัดการพื้นที่เกิดเหตุ (Scene Control)• ตั้งกรวย ป้าย หรือสัญญาณเตือน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน• กำหนดจุดปลอดภัยสำหรับการช่วยเหลือ• ควบคุมผู้คนรอบข้างไม่ให้เข้าใกล้โดยไม่จำเป็น
⸻
7. ประเมินต่อเนื่อง (Ongoing Scene Re-evaluation)• ตรวจสอบความปลอดภัยซ้ำระหว่างการช่วยเหลือ• สถานการณ์อาจเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เช่น ไฟไหม้เพิ่ม, รถอีกคันชนซ้ำ• หากไม่ปลอดภัย ให้ “ถอยออก” แล้วเรียกหน่วยงานที่เหมาะสม
⸻
สรุปสั้น ๆ จำง่าย
“Look – Listen – Think – Act safely.”“ดู – ฟัง – คิด – แล้วจึงเข้าช่วยอย่างปลอดภัย”
#ด้วยความปรารถดี#ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย#ปฐมพยาบาล#สุขภาพอนามัย#สภากาชาดไทย#FirstAidTraining#FirstAid #HealthCare ดูน้อยลง
โพสต์โดย จันจิรา สุขพงษ์
29 ม.ค. 2569 14:21 137 views 2 ลอยกระทงให้ปลอดภัย พบเหตุคนตกน้ำ มีสติ ตะโกน โยน ยื่น
1. ตั้งสติ – อย่ากระโดดลงไปช่วยทันที เพราะจะเสี่ยงจมน้ำเพิ่มอีกหนึ่งคน
ถ้าไม่มั่นใจในทักษะ ว่ายน้ำ และการช่วยเหลือ อย่าลงน้ำเองเด็ดขาด
2. ตะโกน โยน ยื่น#หลักการช่วยคนตกน้ำ
ตะโกน – ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง หรือ โทรแจ้งสายด่วน 1669
โยน สิ่งของที่สามารถลอยน้ำได้ เช่น ห่วงยางช่วยชีวิต, ขวดน้ำพลาสติก, กล่องโฟม, รองเท้ายาง
ยื่น สิ่งของที่มีความยาวให้จับ เช่น ไม้ เชือก ให้คนตกน้ำจับ แล้วดึงเข้าฝั่ง
3. เมื่อช่วยขึ้นมาได้ ประเมินความรู้สึกตัวและการหายใจ
หมดสติ มีการหายใจ ให้จัดท่านอนตะแคงกึ่งคว่ำ ป้องกันสำลักน้ำ
หมดสติ ไม่หายใจ ทำ CPR ทันที
ปฐมพยาบาลเบื้องต้นระหว่างรอทีมช่วยเหลือทางการแพทย์
สิ่งสำคัญ#ผู้ปกครองควรดูแลเด็กเล็กใกล้ชิด
#ด้วยความปรารถนาดี#ศูนย์ฝึกอบรมปฐมพยาบาลและสุขภาพอนามัย ดูน้อยลง
โพสต์โดย จันจิรา สุขพงษ์
29 ม.ค. 2569 14:18 110 views 2 #คลังความรู้สู่การมีสุขภาพดี#เรียนรู้จากข่าวดัง
#การปฐมพยาบาล กรณีพบคนถูกฟ้าผ่า
จะให้การปฐมพยาบาลอย่างไร
ฟ้าผ่าคือ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการคายประจุไฟฟ้าสถิตอย่างรุนแรงระหว่างก้อนเมฆกับพื้นดิน หรือระหว่างก้อนเมฆด้วยกันเอง
เมื่อพบเหตุคนถูกฟ้าผ่า ต้องประเมินความปลอดภัยก่อนเสมอ
การป้องกันการถูกฟ้าผ่าเมื่ออยู่กลางแจ้ง- ไม่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์- ไม่สัมผัสวัตถุที่เป็นโลหะ เช่น จักรยาน รถยนต์ รั้วโลหะ ฯลฯ- ไม่อยู่ใกล้วัตถุที่มีความสูง เช่น ต้นไม้ เสาไฟฟ้า- ลดการสัมผัสพื้นดินให้น้อยที่สุด หากเป็นไปได้ ให้นั่งยองๆ (lightning position) เท้าชิด ก้มหน้า กอดเข่า หาแผ่นยางหรือ กระเป๋าสะพายหลังมาใช้เหยียบ- หากอยู่ในน้ำ ให้รีบขึ้นบกทันที
#การช่วยเหลือคนถูกฟ้าผ่า รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 สังเกตว่าบริเวณที่เกิดเหตุยังมีความเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าหรือไม่ ถ้ามี ต้องเคลื่อนย้ายคนถูกฟ้าผ่าไปยังพื้นที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันทั้งผู้ป่วยและผู้ช่วยเหลือจากการถูกฟ้าผ่าซ้ำ
สามารถจับตัวผู้ถูกฟ้าผ่าได้ เนื่องจากคนที่ถูกฟ้าผ่าไม่มีกระแสไฟฟ้าหลงเหลืออยู่ในตัวต่างจากกรณีการถูกไฟฟ้าดูด
หากคนถูกฟ้าผ่า หมดสติ ไม่หายใจ( ทรวงอกเคลื่อนไหวน้อยหรือไม่เคลื่อนไหว)
ให้ปฐมพยาบาลด้วยการCPR ทันทีระหว่างรอทีมช่วยเหลือทางการแพทย์
ขอบคุณ เครดิตข้อมูลสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ดูน้อยลง
โพสต์โดย จันจิรา สุขพงษ์
29 ม.ค. 2569 14:16 115 views 2